วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

# แพ้หรือชนะสำคัญอยู่ที่ใด?

แพ้หรือชนะสำคัญอยู่ที่ใด?ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ผีเสื้อ ในมือ

พระรูปหนึ่ง เข้าไปเก็บฟืนในป่า หลังจากเก็บได้พอประมาณ ก็แบกฟืนกลับวัด
พอเดินใกล้จะถึงวัด ก็เจอเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังไล่จับผีเสื้ออยู่ และเขาก็จับผีเสื้อได้ตัวหนึ่ง
"หลวงพี่ เรามาพนันกันไหม?" เด็กหนุ่มถาม
"พนันยังไงล่ะโยม?"พระหนุ่มถาม
"หลวงพี่ลองทายดูสิครับว่าผีเสื้อที่อยู่ในมือผมนี่ตายแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่? ถ้าหลวงพี่ทายผิด ฟืนมัดนี้ก็เป็นของผม!" เด็กหนุ่มตอบ
เมื่อหลวงพี่ได้ฟังกติกาก็พยักหน้าว่าเข้าใจ จากนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า

"อาตมาว่ามันตายแล้ว!"
เด็กหนุ่มแบมือที่กุมผีเสื้อไว้แล้วหัวเราะชอบใจ
"หลวงพี่แพ้ผมแล้ว ฮ่าๆ"
ผีเสื้อตัวน้อยบินออกจากมือของเด็กหนุ่ม
"ดีแล้วๆ งั้นฟืนมัดนี้ก็เป็นของโยมละสินะ" กล่าวเสร็จก็ถอนหายใจแล้วเดินยิ้มจากไป
เด็กหนุ่มไม่เข้าใจว่าทำไมหลวงพี่ต้องทำท่าทีเหมือนดีใจ แต่ก็ไม่ได้สนใจไตร่ถาม ตอนนี้เขาเป็นฝ่ายยิ้มบ้าง จากนั้นก็หอบเอาฟืนขึ้นบ่าแบกกลับบ้านด้วยความดีใจ
☆☆☆


เมื่อกลับถึงบ้าน พ่อของเขาถามว่าไปเอาฟืนมาจากไหนซะมัดโต?
เด็กหนุ่มเล่าเรื่องราวที่พนันกับหลวงพี่ให้พ่อฟังอย่างละเอียด เมื่อพ่อของเด็กหนุ่มฟังจบก็ใช้มือตีไปที่ลูกชายหนึ่งที
"แกนะแก! โง่ซะไม่ไว้หน้าพ่อแม่เลยนะ!"
จากนั้นก็สั่งให้ลูกชายแบกฟืนเดินตามไปที่วัด
เมื่อเข้าไปหาหลวงพี่ พ่อของเด็กหนุ่มได้แต่นั่งไหว้ปลกๆ
"หลวงพี่ครับ ผมต้องขอโทษแทนลูกชายของกระผมด้วยนะครับ เจ้านี่ไม่รู้ที่ต่ำที่สูงจริงๆ" หลวงพี่ได้แต่พยักหน้าและยิ้มให้ แต่ก็ไม่ได้อธิบายอะไร
เมื่อเดินออกจากวัด เด็กหนุ่มก็ถามพ่ออย่าสงสัยว่าเขาไปทำอะไรผิดต่อหลวงพี่เหรอ?
"เพราะหลวงพี่บอกว่าผีเสื้อตาย แกถึงปล่อยผีเสื้อให้รอด แกชนะ ได้ฟืนไป แต่หากหลวงพี่บอกว่าผีเสื้อเป็น แกก็จะบีบผีเสื้อให้ตายคามือ แกก็ชนะได้ฟืนไปเหมือนเดิม แต่ผีเสื้อตาย แกคิดว่าหลวงพี่รู้ไม่ทันความคิดชั่วๆของแกเหรอ? ที่หลวงพี่แพ้นะก็แค่ฟืนหนึ่งมัด แต่ชนะแกที่จิตเมตตาดวงใหญ่เบ้อเริ่ม ที่แกไม่มี"


นิทานเรื่องนี้ คัดลอกมาจากในไลน์ ซึ่งไม่ทราบที่มาแต่อ่านแล้วได้แง่คิดดี มีคนตั้งชื่อนิทานเรื่องนี้ว่า “ชีวิตมีค่ากว่าความแพ้หรือชนะ”


เรื่องนี้ พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ สอนไว้อย่างดีเลยว่า ผิดหรือถูก แพ้หรือชนะ ก็ไม่สำคัญเท่ากับความสามัคคี จำใส่กบาลไว้”


ในชีวิตของคนเรา มีเรื่องที่ต้องตัดสินใจมากมาย หากคนเรา ยอม ได้ แพ้ได้ ให้คนอื่นเขาว่าได้ ให้เขาด่าได้ โดยที่ใจเราก็ไม่ได้ถือสา ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร หรือแม้ว่า เราจะยังอยากเอาชนะอยู่ แต่รู้ว่าถ้าชนะไปแล้ว เราก็ได้เพียงแค่ความสมใจสะใจว่าเราได้เป็นผู้ชนะ กับได้สร้างวิบาก ได้สร้างศัตรู มันคงไม่คุ้มกัน


หากเราเห็นค่าของชีวิต เห็นค่าของกรรม เราจะชนะไปทำไม หากการชนะนั้นเป็นการทำกรรมเลวของเรา และแม้ว่าเราจะคิดว่าเป็นการทำดี แต่ถ้าทำดีแล้วทำให้เกิดความแตกแยกของหมู่กลุ่ม ทำให้คนเกิดความอาฆาตพยาบาท รู้สึกไม่ดีต่อเรา อย่างนี้ ความชนะนั้น มันจะดีหรือ?


พ่อครูเคยให้ คาถาสำคัญ ในเรื่องอัตตามานะหรือความอยากเอาชนะคะคานนี้ไว้ว่า


“เราเคยหลงความเป็นผู้ชนะ เราเอาชนะคะคานกันมามาก แต่ไหนๆ นั่นเป็นกิเลสมานะเป็นอัตตา ถ้าความถูกต้องเป็นเครื่องตัดสิน ความชนะมันก็ดีอยู่หรอก แต่ถ้า ความไม่ถูกต้อง เป็นผู้ชนะ มันก็จะไม่ดี ใครๆ ก็รู้ ใครๆ ก็เลยพากันยึดอยู่อย่างนี้


ดังนั้น จึงหลงว่าตัวเอง ถูกต้องกันง่ายๆ หรือจะหาเหตุผลมาให้ตนเป็นผู้ถูกต้องอยู่เสมอ


นี่คือ ความฉลาดยิ่งขึ้นก็ใช่


คือ เพื่อความถูกต้องที่ละเอียดยิ่งขึ้นก็ใช่


คือ ความยิ่งผิดพลาดซับซ้อน วนลึกยิ่งๆ ไปอีก ก็ใช่


คือ การสั่งสมมานะอัตตายิ่งๆ ขึ้น ก็ใช่


ดังนั้น ผู้ใดซาบซึ้งประทับใจกับผู้ยอมก้มหัวให้อย่างสำนึก ผู้นั้นกำลังเจริญ และจะต้องหัดทำตนเป็นผู้ยอมรับผิด หรือ ทำตนเป็นผู้ยอมแพ้ ยอมก้มหัว ให้อย่างสำนึก อย่างอ่อนน้อมเถิด”


และที่สุดแล้ว ผู้ชนะที่แท้จริงคืออะไร พ่อครูก็ให้โศลกไว้อย่างสำคัญคือ


ข้าพเจ้าได้ดิบได้ดีวิเศษยิ่ง ๆ ขึ้น
หรือ เป็นคนที่น่านับถือเคารพได้นั้น
ไม่ใช่เพราะการเป็นผู้ชี้ยืนยัน
"ความถูกต้อง"
ให้ใคร ๆ รู้ ได้หลากหลาย
แล้ว ๆ เล่า ๆ นั้นดอก !


แต่… เพราะข้าพเจ้าน้อมรับ
"ความผิดพลาด"
และ มีการแก้ไขในแต่ละครั้ง
แต่ละคราว ของข้าพเจ้า
จาก ทั้งผู้หวังดี
และ ทั้งศัตรูผู้หวังร้ายแท้ ๆ
นั่นต่างหาก.

~สมณะโพธิรักษ์~ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๒๖

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

# พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ฝากลมฝากฟ้าผ่านสื่อไปถึงนายกฯลุงตู่ด้วยความปรารถนาดี

_มีคำถาม ในรายการ วิถีอาริยธรรม วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน 2561นี้ ว่า.....เปรยตามสายไลน์มาว่า พ่อท่านพูดอะไรก็ดีไปหมด มีเรื่องเดียวที่ไม่เข้าห...